เครือข่ายสยามเสวนาตีพิมพ์บทความนี้
เพื่อระลึกถึง ปฏิวัติ อิงคสันตติกุล เว็บมาสเตอร์ของเว็บไซต์สยามเสวนา
พ.ศ. 2547-2551 ซึ่งถึงแก่กรรม ณ วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551
กระแสจตุคามรามเทพมาแรงมาก
ไปที่ไหนๆ ก็เห็นมีแต่คนเอามาห้อยคอ ยิ่งมีแต่ข่าวปาฏิหาริย์ระหว่างการปรุงเสกยิ่งดังไปกันใหญ่
อาจจะเป็นเพราะว่าบ้านเรายังขาดการศึกษาวิจัยในเรื่องบรรยากาศ
ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากแสงอาทิตย์ตกกระทบละอองในบรรยากาศ (Atmospheric Aerosols)
ก็ทึกทักไปว่าเกิดจากปาฏิหาริย์ของจตุคามรามเทพ สร้างกระแสเพื่อให้มีการบูชากันมากๆ
แต่กระแสจตุคามรามเทพเองก็มีประโยชน์ เพราะช่วยทำให้มีการกระจายตัวของเม็ดเงิน
ธุรกิจคึกคัก สำหรับบริษัทที่ผลิตเสื้อเกราะกันกระสุนน่าจะโหนกระแสนี้ด้วยการ
ผลิตเสื้อเกราะกันกระสุนรุ่นสกรีนลายจตุคามรามเทพ พร้อมปลุกเสกแล้วส่งไปขายทางภาคใต้ของไทย
คาดว่าคงจะขายได้ราคาดีเป็นการเพิ่มมูลค่า (Added Value) ให้กับสินค้า
อีกทั้งส่งผลดีด้านส่งเสริมกำลังใจให้ผู้สวมใส่
ปีนี้ (2550)
เป็นปีเริ่มต้นของการศึกษา สุริยฟิสิกส์ (Heliophysics)
ซึ่งจะมีการศึกษาวิจัยในเรื่องเกี่ยวกับดวงอาทิตย์ไปอีก 50 ปีข้างหน้า
หัวข้อหนึ่งที่ควรจะมีการศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้คือผลกระทบของแสงอาทิตย์กับบรรยากาศของโลก
เพื่อให้เรามีความรู้และความเข้าใจที่มาที่ไปของปรากฏการณ์ต่างๆ
ถ้าเรามีการเก็บข้อมูลของละอองในบรรยากาศมากพอบางทีเราอาจจะสามารถทำนายหรือคาดการณ์ได้ว่าปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
และถ้าทำได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดงานพิธีปลุกเสกต่างๆ
เพราะแต่ละครั้งที่จัดก็เลือกวันเวลาที่จะเกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้า
เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าในเมืองไทยเรานอกจากจะมีความรู้ทางไสยศาสตร์แล้วเรายังมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์อีกด้วย
การปลุกเสกจตุคามรามเทพมีผลต่อการเกิดพระอาทิตย์ทรงกลดหรือไม่?
คงต้องมีการศึกษากันให้มากกว่านี้ถึงจะตอบได้
สิ่งที่ตอบได้ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์คือการปลุกเสกจตุคามรามเทพไม่ได้เป็นสาเหตุทำให้เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด
แต่อาจเป็นไปได้ที่การเกิดพระอาทิตย์ทรงกลดมีความไวต่อการปลุกเสกจตุคามรามเทพ
กรณีนี้เป็นเฉกเช่นเดียวกับสิ่งที่เรียกว่า ปรากฏการณ์ผีเสื้อ (Butterfly
effect) ที่บอกกันว่า
พายุเฮอริเคนที่อเมริกามีความไวต่อการขยับปีกของผีเสื้อที่เชียงใหม่
ศาสตร์นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า พลศาสตร์แบบไม่เชิงเส้น (Nonlinear
dynamics) คือการแปรค่าเพียงเล็กน้อยของตัวแปรในสมการอาจส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อผลลัพธ์
ระหว่างการปลุกเสกมีผลกระทบต่อบรรยากาศคือ การจุดธูป เทียน จำนวนคนที่หนาแน่น
ซึ่งแม้จะส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศเพียงเล็กน้อย (มีการแปรค่าเพียงเล็กน้อย)
แต่บรรยากาศอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงก็ได้ ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าการปลุกเสกจตุคามรามเทพเป็นสาเหตุทำให้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลด
แต่อย่างไรก็ตามต้องมีการศึกษาวิจัยกันต่อไป
โดยเฉพาะการศึกษาในเรื่องแบบจำลองเคออสและสภาพซับซ้อน (Modeling Chaos
& Complexity) ซึ่งเป็นศาสตร์ในฟิสิกส์สมัยใหม่ที่นับวันจะเป็นที่สนใจมากขึ้นเพราะสภาวะอากาศในปัจจุบันนับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเช่นภาวะฝุ่นในบรรยากาศ
จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเข้าใจถึงปัญหาและหาหนทางแก้ไขไม่ให้เกิดภาวะวิกฤต
พระอาทิตย์ทรงกลดคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดเป็นปรากฏการณ์ที่มีวงของรัศมีรังสีรุ้งพร่างพราวเป็นวงกลมล้อมรอบดวงอาทิตย์
เป็นปรากฏการณ์ที่มีความสวยงามมาก และบางทีจะเห็นพระอาทิตย์หลายๆ ดวงซ้อนกัน
มีขนาดโตกว่าปรกติ สำหรับประเทศไทยเรามักจะพบเห็นบ่อยๆ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว
จากลักษณะของปรากฏการณ์ทำให้บอกได้ว่าพระอาทิตย์ทรงกลดเป็นชนิดหนึ่งของปรากฏการณ์ Sun Halo ประเภทที่พบบ่อย
เป็นชนิดที่เรียกว่า 22-degree halo และ Parhelia (Sun Dogs) คนไทยนับถือดวงอาทิตย์เป็นเทวดาเบื้องบนองค์หนึ่ง
สังเกตจากการเรียกนำหน้าว่า พระ ส่วนกลดก็ถือเป็นของสูงสำหรับพระ
เช่น กลดของพระธุดงค์
ปรากฏการณ์นี้จึงเปรียบได้กับกลดของพระที่กำลังถูกล้อมรอบไว้ด้วยแสงของดวงอาทิตย์นั่นเอง
แสดง
Sun Halo ประเภทที่พบได้ยาก
ที่มา
: http://www.atoptics.co.uk/halo/unusual.htm
การจำแนกประเภทของ Sun Halo นั้นแบ่งได้ตามการปรากฏของภาพที่เห็น
แบ่งแบบง่ายๆ ได้เป็นสองประเภทคือ ประเภทที่พบบ่อย และประเภทที่พบได้ยาก
ที่พบในเมืองไทยคือ 22-degree Halo และ Parhelia ก็เป็นหนึ่งใน Sun Halo ประเภทที่พบบ่อย การเรียกว่า 22-degree Halo
หมายความว่าเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 22 องศา
ซึ่งเราวัดได้ง่ายๆ คือใช้การเหยียดกำปั้นให้สุดแขน
ความกว้างของกำปั้นจะมีค่ามุมประมาณ 10 องศา
ก็ใช้สองกำปั้นวัดก็จะใกล้เคียงกับขนาดของพระอาทิตย์ทรงกลด
ปรากฏการณ์เราจะเห็นว่ามีขนาดบนท้องฟ้าใหญ่มากแต่จริงๆ มันมีขนาดที่ใหญ่กว่านั้นอีกคือ
46-degree Halo
และจะเห็นได้ว่ามีการศึกษาเรื่องนี้ในต่างประเทศเยอะมากจนถึงขั้น
สามารถสร้างซอฟแวร์สำหรับจำลองการเกิด Sun Halo ได้
และให้โหลดไปใช้ฟรีสำหรับผู้สนใจ http://www.atoptics.co.uk/halo/halfeat.htm
พระอาทิตย์ทรงกลดเกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบกับผลึกน้ำแข็งที่อยู่ในเมฆเซอรัส
ที่มีขนาดบาง ๆ ส่วนภาพแสงที่ปรากฏมีรูปร่างและลักษณะที่แตกต่างกัน
เกิดจากรูปลักษณ์ของผลึกน้ำแข็งและการจัดเรียงตัวของผลึกน้ำแข็ง
ความแตกต่างระหว่างรุ้งกินน้ำและพระอาทิตย์ทรงกลด
ปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำจะเกิดขึ้นหลังจากฝนตกใหม่ๆ
มีลักษณะเป็นแถบแสงสีรุ้งปรากฏในด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (ดวงอาทิตย์อยู่ข้างหลังเรา) รุ้งกินน้ำเกิดจากการหักเหของแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบหยดน้ำ
จากภาพแสดงการเกิดรุ้งกินน้ำ
เมื่อแสงขาวตกกระทบกับหยดน้ำเนื่องจากตัวดัชนีหักเหของตัวกลางคืออากาศและหยดน้ำ
มีค่าต่างกันทำให้แสงเกิดการหักเห
แสงขาวซึ่งประกอบด้วยแสงที่มีความยาวคลื่นต่างๆกันก็จะหักเหที่มุมต่างๆ กัน
ทำให้เราเห็นเป็นแถบสีรุ้ง จากภาพทั้งผู้สังเกตและดวงอาทิตย์จะต้องอยู่ด้านเดียวกัน
คือด้านซ้ายมือของภาพจึงจะมองเห็นรุ้งกินน้ำ
ทั้งรุ้งกินน้ำและพระอาทิตย์ทรงกลดเกิดจาก
แสงอาทิตย์ และ น้ำ เป็นปรากฏการณ์ที่สวยงามมากด้วยกันทั้งคู่
สิ่งที่แตกต่างกันคือสถานะของน้ำ
รุ้งกินน้ำเกิดจากแสงอาทิตย์หักเหกับหยดน้ำซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนกลม
ส่วนพระอาทิตย์ทรงกลดเกิดจากแสงอาทิตย์หักเหกับผลึกน้ำแข็งซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนผลึกหกเหลี่ยม
และมีการจัดเรียงตัวแบบต่างๆ ถ้าเรามองว่าทั้ง หยดน้ำ ผลึกน้ำแข็ง
เป็นหนึ่งในละอองในบรรยากาศ (Atmospheric
aerosols) เราก็จะบอกได้ว่าปรากฏการณ์ทั้งคู่เกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบและหักเหกับละอองในบรรยากาศ
ภาพถ่ายพระอาทิตย์ทรงกลดที่เกิดในประเทศไทย
ที่มา :
คุณ ชยุต http://www.uamulet.com/articleAmuletBoardDetail.asp?qid=1274
ที่มา :
คุณ ชยุต http://www.uamulet.com/articleAmuletBoardDetail.asp?qid=1274
ใช้ Invert
Color ดูเพื่อให้เห็นรายละเอียดภาพได้ดีขึ้น
จะได้แยกออกได้ระหว่างแสงแฟร์ที่เกิดจากการถ่ายภาพกับพระอาทิตย์ทรงกลด
การถ่ายภาพพระอาทิตย์ทรงกลด
ในขณะนี้เรายังไม่สามารถทำนายได้ว่าปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
และเวลาใด ดังนั้นควรจะหากล้องขนาดเบาไว้ใกล้มือเสมอ อาจจะเป็นกล้องดิจิตอล
หรือกล้องฟิล์ม 35 มิลลิเมตร
และทำทุกอย่างให้ง่ายๆ เข้าไว้การควบคุมที่ซับซ้อนเกินไปอาจจะทำให้เสียเวลาเกินไป
ทำให้พลาดตำแหน่งที่ดีที่สุดของพระอาทิตย์ทรงกลดไป
ควรตระเตรียมกล้องและตรวจสอบถ่านไฟฉาย ฟิล์ม/หน่วยความจำ
เพราะในขณะลักษณะพระอาทิตย์ทรงกลดชนิดที่พบเจอยากได้ปรากฏ
เราจะไม่มีเวลาพอจะเปลี่ยนอุปกรณ์ และควรจดบันทึกเวลาและสถานที่ถ่ายภาพไว้
ไม่ควรมองไปที่ดวงอาทิตย์ตรงๆ และไม่ควรมองผ่านเลนส์กล้อง
ทั้งนี้เพื่อรักษาดวงตาของเราเอง และไม่ควรถ่ายภาพดวงอาทิตย์ตรงๆ
เพราะจะทำให้กล้องถ่ายภาพมีอายุสั้น
ให้ใช้ขอบของตึกหรืออะไรซักอย่างบังดวงอาทิตย์ไว้แล้วจึงถ่ายภาพ
จะให้ภาพที่สวยงามและมีความปลอดภัยต่อทั้งดวงตาของคนและกล้องถ่ายภาพ
จากภาพถ่ายพระอาทิตย์ทรงกลดที่พบเห็นตามหนังสือพิมพ์
พบว่าเมืองไทยของเรายังถ่ายภาพอย่างไม่ถูกต้อง ส่วนใหญ่ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตรงๆ
ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายแก่ดวงตา และทำให้ CCD
(Charge Couple Device) ซึ่งเปรียบเสมือนดวงตาของกล้องดิจิตอลมีอายุสั้นลง
ดังนักวิทยาศาสตร์ในสมัยโบราณ กาลิเลโอ กาลิเลอิ ที่พอแก่ตัวลงก็ตาบอด
จริงแล้วการมองดวงอาทิตย์ตรงๆ นานๆ ทำให้ตาเราบอดไปแล้วบางจุด
แต่เราไม่ทราบเพราะไม่ได้บอดหมดทุกจุด การถ่ายภาพอาทิตย์ทรงกลดยากเพราะว่าไม่สามารถใช้แผ่นกรองแสง
(Filter) ปิดที่หน้ากล้องตรงๆ
เช่นเดียวกับการถ่ายภาพสุริยุปราคาได้
อาจจะสร้างแผ่นกรองแสงชนิดพิเศษขึ้นเองแบบเป็นวงแหวนบริเวณตรงกลางทึบส่วนบริเวณขอบโปร่งใส
เอาไว้ครอบหน้ากล้องขณะถ่ายภาพ
ผู้เรียบเรียง
ปฏิวัติ อิงคสันตติกุล
สาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
3 มิถุนายน 2550
เอกสารอ้างอิง
Frequent
Halos
http://www.atoptics.co.uk/halo/common.htm
Halo
photography
http://www.atoptics.co.uk/halo/photo.htm
Measuring
Angular Distances
http://brahms.phy.vanderbilt.edu/a103/info/angdist.shtml
สุริยฟิสิกส์ (Heliophysics)
http://www.narit.or.th/ihy2007/
http://ihy2007.org/
ไขปริศนา พระอาทิตย์ทรงกลด
วิทยาศาสตร์และความเชื่อที่โยงใยกับสิ่งที่เห็น
http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9490000077249
ภาพข่าวปี 2549 > พระอาทิตย์ทรงกลด
http://www.kalasinnews.com/ksn_gallery/thumbnails.php?album=lastup&cat=-26
พระอาทิตย์ทรงกลดจริงหรือ
http://www.uamulet.com/articleAmuletBoardDetail.asp?qid=1274